สรุปบทเรียนการ
ทำงานเครือข่ายภาค
ประชาชน พื้นที่ 8
จังหวัดภาคเหนือ
ตอนบน ปี 2551

งานสืบสารวัฒนธรรม
ภูมิปัญญาลาหู่
ู่ต้านภัยยาเสพติด
ณ บ้านผาแดง
ต.วาวี อ.แม่สรวย
จ.เชียงราย
21 กุมภาพันธ์ 2552

เวทีใหญ่เครือข่าย
ความร่วมมือป้องกัน
และแก้ไขปัญหา
ยาเสพติดโดย
ชุมชนแม่ฮ่องสอน
ณ บ้านยาป่าแหน

19-21 มกราคม 2552

บทเรียนการเฝ้าระวัง
ปัญหายาเสพติดโดย
เครือข่ายประชาชน
จัดโดยสถาบันวิจัย
สังคมและมูลนิธิฯ
17-18 มกราคม 2552
การแข่งขันฟุตบอล
ต้านยาเสพติด
(ม้งคัพ)ครั้งที่ 2
ณ บ.หล่าย ต.สบบง
อ.ภูซาง จ.พะเยา
4-9 มกราคม 2552

ไม่เสพ ไม่ค้า ไม่รับฝาก ยาเสพติดผิดกฎหมาย
แจ้งเบาะแส
สำนักงาน ป.ป.ส. โทร.1386
ตำรวจปราบปรามยาเสพติด โทร.1688
ตำรวจภูธรภาค 5 โทร.053-275356

ร้อยคำพูด ๑,๐๐๐ ความคิด


ชีวิตคนเราสั้นไม่ยาวนาน
เหมือนดอกไม้บานแล้วร่วงหล่นไป
โลกนี้ ที่มันเป็นอยู่ รู้ๆ แม้ยังไม่เข้าใจ
อะไรหรือคืออะไร
ทางยาวไกลยังไปไม่ถึง


โดย. คุณสฤษฎิ์ สุฤทธิ์(แกนนำ จ.น่าน)

      มี "ทุน" มี "ใจ" แล้วก้าวไปข้างหน้า
ขอขอบพระคุณ รายงานพิเศษ บทความดี ดี  จากหนังสือพิมพ์
มติชนรายวันประจำวันที่ 1 มกราคม2552
ปีที่ 31 ฉบับที่ 11254
     เริ่มต้นปีใหม่ด้วยข่าวคราวทั้งดีและร้ายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ
เศรษฐกิจ เหตุการณ์น่าสะเทือนขวัญต่างๆ ทำให้รู้สึกน่าเศร้า
ไม่ใช่น้อย แต่เราอย่าเริ่มต้นปีด้วยจิตใจที่หดหู่เลย
     มีโอกาสได้อ่านหนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับเกือบต้นปีซึ่งมี
รายงานพิเศษที่น่าสนใจอยากนำมาฝาก ซึ่งรายงานนี้เป็นเสมือน
บทวิเคราะห์หลายๆชุมชนที่สามารถดำเนินรอยตามแนวพระราช
ดำรัส "เศรษฐกิจพอเพียง" สามารถยืนอยู่ได้ในฐานะ
"ชุมชนเข้มแข็ง"
      เริ่มที่หมู่บ้านสันสลี หมู่ 7 ต.เจริญราษฎร์ อ.แม่ใจ จ.พะเยา
ที่เปิดโรงเรียนสอนควายไถนา   เพราะชาวบ้านที่รู้ซึ้งถึงสัจธรรม
แล้วว่า   ควรให้ความสำคัญกับการทำนาแบบดั้งเดิม คือ ไม่ใช่ปุ๋ย
เคมี ยาฆ่าแมลง ไม่ใช้  "ควายเหล็ก"  เพื่อเร่งผลิตให้ทันขายช่วง
ข้าวเปลือกราคาสูงลิบลิ่ว   เพราะการไม่คำนึงถึงความเสื่อมโทรม
ของดินและต้นที่สูงขึ้นทุกวัน    ชี้ให้เห็นแล้วว่าต่อให้ปลูกจนตาย
กันไปข้างก็ใช้หนี้ใช้สินไม่หมด
     ที่สำคัญการนำ "ควาย" กลับมาใช้งานยังช่วยลดต้นทุนน้ำมัน
ค่าซ่อมบำรุง มูลยังใช้ทำปุ๋ยด้วย แต่ด้วยปัจจุบันควายไถนาไม่เป็น
เพราะห่างเหิน "แอก" และ "คันไถ" มานานเท่านั้นเอง จึงต้องตั้ง
โรงเรียนสอนควาย
       สุเทพ ปันสุวรรณ์ บอกว่า เดิมชาวบ้านเลี้ยงควายเป็นอาชีพ
เสริมเพื่อขาย อีกส่วนเลี้ยงไว้ใช้งาน ซึ่งการใช้ควายไถนาประหยัด
ค่าน้ำมันมาก เมื่อเทียบรถไถเสียค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงนับหมื่น
บาทในแต่ละฤดู แต่ควายเพียงให้อาหาร น้ำ และดูแลไม่ให้เจ็บไข้
ก็พอ ที่สำคัญยังได้ผลผลิตลูกควายปีละหลายตัว และมีรายได้จาก
การขายมูลควายปีหนึ่ง 80,000-100,000 บาท อย่า  "ใกล้เกลือ
กินด่าง"
 อีกนะชาวไทย!!!
      คน-น้ำ-ป่า  ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้แบบ  "พอเพียง"  และได้
รับการพิสูจน์แล้วที่บ้านสามขา หมู่ 6 ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง
หมู่บ้านเล็กกลางหุบเขาแต่โดดเด่นด้านจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
จนกลายเป็นหมู่บ้านต้นแบบด้านการจัดการป่า น้ำ  และกองทุน
หมู่บ้าน  โดยชาวบ้านให้ความสำคัญกับป่า  เพราะถือว่าเป็นคลัง
อาหารและเงินที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขา
      ลุงชุม วงศ์ปัญญา ราษฎรอาวุโสบ้านสามขา  เล่าว่า  แต่เดิม
ชาวบ้านเผชิญปัญหาความแห้งแล้ง ทำให้ชาวบ้านร้อยละ 80
ที่ทำนา ทำเกษตรแบบผสมผสานเดือดร้อนกันถ้วนหน้าเมื่อพูดคุย
แล้วจึงสรุปว่า  "ป่าไม้"  คือ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ จึงร่วมกัน
บริหารจัดการป่าชุมชนกว่า 1,000 ไร่   จนวันนี้ป่าฟื้นคืนความ
อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง    "ชาวบ้านเริ่มต้นจัดการพื้นที่ราบ เชิงเขา
ทุ่งนา    และผืนป่าตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านร่วมกันสร้างฝาย
ชะลอน้ำกว่า  1,000  ฝาย   สามารถกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรได้
นอกจากนี้ยังมีทีมเฝ้าระวังรักษาป่า    หากเกิดไฟป่าให้ถือว่าเป็น
หน้าที่ของทุกคนที่ต้องช่วยกันดับไฟ มีบทลงโทษผู้ตัดไม้ทำลาย
ป่า ผลที่ตามมา คือป่ากลายเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์แค่เก็บ
ของป่าก็สร้างรายได้ให้ครอบครัวละไม่ต่ำกว่า 5,000 - 10,000
บาท"

       วันนี้  "บ้านสามขา"  กลายเป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้านการ
จัดการป่าและน้ำมีมนต์เสน่ห์จนกลายเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวอีกแห่ง
ไปแล้ว!!!
      ต่อไปลองไปดู "22 ความดี ปลดหนี้ สร้างสุข" ที่บ้านหนอง
สาหร่าย ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี  ที่นี่เขาใช้
"ความดี" ที่จับต้องได้ใช้เป็นแนวทางพัฒนาจนมีชื่อเสียงด้าน
ความเข้มแข็งของชุมชน
     ศิวโรฒ จิตนิยม ประธานสถาบันการเงินชุมชน เล่าว่าที่นี่ให้
ความสำคัญกับการพัฒนาคนมากที่สุด เพราะเมื่อคนมีศักยภาพ
มีคุณธรรม จริยธรรม เรื่องอื่นก็สามารถพัฒนาได้ง่ายขึ้น
      ยังมีอีกหลายชุมชนที่จัดได้ว่าเป็นชุมชนเข้มแข็งมีบทเรียน
การทำงานที่หลายๆ ชุมชนสามารถนำมาเป็นตัวอย่างปรับใช้ใน
การพัฒนาชุมชนตัวเอง แล้วก้าวไปข้างหน้าแม้ต้องเจอกับภาวะ
"เศรษฐกิจ " จะตกต่ำก็ตาม !!!!!!!!
                                                          
                                                          รายงานพิเศษทั้งหมด
        

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

" ขอขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับทุกๆ บทความ ภาพทุกๆ ภาพ ของหลายๆ ท่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในการถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวคิด ข้อเตือนใจ
หรืออะไรก็ตามที่ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น ทำให้เราหันมองดูคนอื่น มองสิ่งรอบๆ ตัว และสำคัญที่สุดคือ มองย้อนดูตัวเอง "
มูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทยสาขาภาคเหนือตอนบน
สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค5 บริเวณส่วนราชการ จังหวัดเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50303
โทรศัพท์ / แฟกซ์ : (053)112477  E-mail : thaicef.n@gmail.com, www.thai-cef.com