ประวัติศาสตร์การทำงานภาคประชาชน | นโยบาย, ภาระกิจ | แผนพัฒนาที่ต่อเนื่อง | กระบวนการดำเนินงาน

การแก้ปัญหายาเสพติดโดยชุมชน มีการดำเนินงานมาอย่างยาวนานมากกว่า ๑๐ ปี ก่อนปี ๒๕๓๖ ไม่ว่าจะเป็นกรณีชุมชนบนพื้นที่สูง กรุงเทพมหานคร ชุมชนใน
ตะวันออกเฉียงเหนือรวมทั้งภาคใต้และภาคกลาง ด้วยการสนับสนุนขององค์กรภาครัฐ ในช่วงเวลาดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส.เองก็มีความพยายามดำเนินงานภายใต้
โครงการจตุรมิตรสัมพันธ์และโครงการบ้านสวนแสนสุขเพื่อให้ชุมชนในบางพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยแนวทางและวิธีการของชุมชนเองภายใต้ฐาน
ความจริงที่ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในชุมชนคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็คือคนในชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรศาสนา แต่ส่วนมากอยู่ในขั้นลองผิดลอง ถูก และยาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดขณะนั้นก็คือ ฝิ่น(ภาคเหนือ) กัญชา (ใต้/อีสาน) และเฮโลอีน (ระบาดทั่วประเทศ) จนกระทั่งปี ๒๕๓๖ สำนักงาน ป.ป.ส.ได้จัดให้มี การสัมมนาร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรชุมชน ซึ่งมีข้อสรุปร่วมกันว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาของชุมชนซึ่งชุมชนมีศักยภาพที่จะดำเนิน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในชุมชน ได้โดยการสนับสนุนขององค์กรภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน ต่อมาใน ปี ๒๕๓๗ สำนักงาน ป.ป.ส.จึงได้
พัฒนาโครงการเครือข่ายชุมชนในลักษณะโครงการนำร่อง ซึ่งดำเนินงานในทุกภาคของประเทศ ในระยะ ๓ ปี (๒๕๓๗-๒๕๓๙) เพื่อสร้างรูปธรรมของชุมชนป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยเน้นการพัฒนาระบบและกลไกของรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนที่เอื้อและสนับสนุนต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดของชุมชนผลจากการ
ดำเนินงานโครงการดังกล่าว ทำให้เกิดบทเรียนมากมาย ซึ่งดูได้จากผลการศึกษาวิจัยเรื่อง "รูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ โดยเน้นบทบาทของ ชุมชนและระบบกลไกของรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชนที่เอื้ออำนวยต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน" โดย นายบัณฑร อ่อนดำและคณะ ซึ่งพบว่าการแก้ไขปัญ หายาเสพติด โดยให้องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) เป็นผู้สนับสนุนนั้นเป็นรูปแบบหนึ่ง (เป็นทาง เลือก) ที่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างได้ผล กล่าวคือ ชุมชนสามารถควบคุมปัญหายาเสพติดให้อยู่ในระดับที่ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ชุมชนหรือสามารถขจัดยาเสพติดให้หมดไปจากชุมชน หรือสามารถ ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดในชุมชน และเป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน จน ปัญหาไม่สามารถกลับมาแพร่ระบาดได้ อีกทั้งสามารถขยายเครือข่าย การแก้ไขปัญหาให้กว้างขวางออกไปเป็นการลดความรุนแรงของปัญหาและขจัดปัญหาในระดับสังคมส่วนรวมได้ด้วย นับว่าเป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดรูปแบบ หนึ่งที่รัฐควรให้การสนับสนุนส่งเสริมให้มีการดำเนินงานในระดับที่กว้างขึ้นทั่วประเทศ ปี ๒๕๓๙
สำนักงาน ป.ป.ส. นำผลการศึกษาวิจัยและการประเมินผลโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาโครงการต่อเนื่อง (ในลักษณะโครงการขยายผล) และได้เสนอต่อ
คณะรัฐมนตรีและได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๓๙ ให้ดำเนินการ "โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง" โดยเน้นการ มีส่วน ร่วมของชุมชนเป็นหลัก มีระยะเวลา ๕ ปี (๒๕๔๐-๒๕๔๔) ผลการดำเนินงานก่อให้เกิดองค์กรประชาชนและเครือข่ายจำนวนมาก ครอบคลุมพันกว่าชุมชน ทั่ว ประเทศและองค์กรชุมชนต่างๆ ได้มีโอกาสในการแสดงพลังของภาคประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในงานมหกรรมภาคประชาชน รวมทั้งมีข้อ
เสนอต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ (พลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา) ในการสนับสนุนภาคประชาชน ในงานมหกรรมดังกล่าว ส่งผลให้รัฐบาลให้การสนับ- สนุนการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยสนับสนุนงบประมาณ ในการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดภาคประชาชนเพิ่มขึ้น (จากประมาณ ปีละ ๕-๒๐ ล้านบาทในช่วง ๒๕๔๐-๒๕๔๔ เป็นปีละประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๔๕, ๒๕๔๖ และ ปี ๒๕๔๗) ทั้งนี้โดยมีสำนักงานประสานและสนับสนุนภาคประชาชน ป.ป.ส.หรือ ปัจจุบัน เป็นมูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย ทำหน้าที่ประสานและสนับสนุนองค์กรประชาชนและเครือข่ายตลอดจนการประสานภาคีความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกช เพื่อการสนับ- สนุนการดำเนินงานของชุมชน ปี ๒๕๔๖ องค์กรชุมชนที่ดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดมากกว่า ๖,๐๐๐ ชุมชน ใน ๓๖๐ เครือข่าย ทั่วประเทศ มีการจัดโครงสร้าง
ของภาคประชาชนระดับชาติและระดับภาค และมีการแสดงตัวตนของภาคประชาชนในงานมหกรรมเรียกว่า "ขบวนการแก้ไขปัญหายาเสพติดภาคประชาชน" ต่อรอง
นายกรัฐมนตรี (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และนายจารุรนต์ ฉายแสง) ซึ่งมีผลต่อการสร้างการยอมรับในขบวนการภาคประชาชนและเห็นชอบที่จะให้การสนับสนุนการ
ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานดังกล่าวเป็นรูปแบบหนึ่งที่ทางเลือกของสังคมไทยในการจัดการกับปัญหายาเสพติดที่ได้ผล ต่อมาในปี ๒๕๔๘ ศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะ
ยาเสพติดภาคประชาชน (ศตส.ภาคประชาชน) ลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ลงนามโดยประธานคณะกรรมการ ศตส./รองนายกรัฐมนตรี(พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) ซึ่ง ศตส.ภาคประชาชนประกอบด้วย คณะกรรมการ ศตส.ระดับชาติ จำนวน ๑ ชุด และคณะอนุกรรมการ ศตส.ระดับภาค/กทม. จำนวน ๕ ชุด เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ กลางประสานงานขององค์กรภาคประชาชน ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด
ดังนั้น เพื่อให้กลไก การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของภาคประชาชนมีประสิทธิภาพ เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน มูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทยร่วม
กับเครือข่ายภาคประชาชน (ศตส.ภาคประชาชน) จัดทำยุทธศาสตร์การต่อสู้เพื่อเอาชนะปัญหายาเสพติดของภาคประชาชนขึ้น
ประวัติมูลนิธิ
มูลนิธิก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๖ โดยการรวมตัวของบุคคลที่ทำงานเพื่อชุมชน/เครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และเจ้าหน้าที่ของสำนัก
งานประสานและสนับสนุนภาคประชาชน (สสช.) สำนักงาน ป.ป.ส.ที่ต้องการทำงานเพื่อสังคมได้อย่างคล่องตัว และแบบบูรณาการกับปัญหาได้ทุกเรื่องที่เป็นปัญหาได้
ทุกเรื่องที่เป็นปัญหาของชุมชน และสังคมอย่างแท้จริง โดยกระบวนการชุมชนเข้มแข็ง
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เป็นรากเหง้าของสังคม
๒. เชื่อมประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคม และปัญหายาเสพติด
๓. สนับสนุนกลไกทางสังคมให้มีความเข้มแข็ง สามารถเผชิญปัญหาวิกฤตต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน
๔. ระดมทรัพยากรทั้งในรูปเงินทุน บุคลากร องค์ความรู้ต่างๆ เพื่อสนับสนุนในการดำเนินงานแก้ปัญหาของสังคม
๕. เป็นศูนย์กลางเผยแพร่ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และวิชาการในการแก้ไขปัญหาทางสังคมในระดับประเทศและระดับสากล
๖. ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
๗. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกันการเมืองแต่ประการใด
ผลงานที่ผ่านมา
๑. ประสานการดำเนินงานกับภาคประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ๓๖๐ เครือข่าย ครอบคลุมพื้นที่ ๕,๕๗๗ หมู่บ้าน/ชุมชน
๒. ส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการขององค์กรชุมชน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง
๓. ร่วมเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงาน
ศักยภาพของมูลนิธิ
๑. มีประสบการณ์และบทเรียนในการประสานงาน ส่งเสริมของภาคประชาชนกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
๒. มีความพร้อมและรู้จักภาคประาชนในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งได้รับการไว้วางใจ พร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที
|