Home
กิจกรรมที่ ๑
กิจกรรมที่ ๒
กิจกรรมที่ ๓
|
|
 |
โครงการเสริมสร้างและสนับสนุนการดำเนินงานกระบวนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน
พื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน
ก่อตั้งเมื่อ วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐
พื้นที่ดำเนินการ จำนวน ๒๕ กลุ่ม/เครือข่าย
ผู้ประสานงานเครือข่าย นายกฤตยรัฐ ปารมี
มูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย สาขาภาคเหนือตอนบน สำนักงาน ปปส.ภาค ๕ บริเวณศูนย์ ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ถ.โชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ๕๐๓๐๓
โทรศัพท์/โทรสาร ๐๕๓-๑๑๒๔๗๗
ประวัติความเป็นมาของเครือข่าย
เครือข่ายเยาวชนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภาคเหนือตอนบน เริ่มต้นจากการทำงานเรื่องหมู่บ้าน/
ชุมชนเข้มแข็งโดยในปี ๒๕๔๕ สำนักงานประสานและสนับสนุนภาคประชาชน(สสช.) สำนักงาน ปปส.ภาค๕
ได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินกิจกรรม โดยมีการทำงานในประเด็นเด็กและเยาวชนควบคู่ไปกับการทำงาน
หมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็ง และมีประมาณ ๕ เครือข่ายที่ริเริ่มในช่วงแรก ก็มีการสนับสนุนและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ร่วมกันมาตลอด จนถึงปี ๒๕๕๐ มูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย สาขาภาคเหนือตอนบน(มภท.นบ.)หรือ สำนักงาน
ประสานและสนับสนุนภาคประชาชน(สสช.) ได้จัดเวทีในการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับแนวทางในการทำงานประเด็น
เด็กและเยาวชนพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน จำนวน ๒๕ เครือข่าย และมีฐานการทำงานที่หลากหลายทั้งใน
ฐานความเชื่อและวัฒนธรรมชุมชน ฐานเด็กในโรงเรียน ฐานเด็กในชุมชน ฐานเด็กที่ใช้กลุ่มเพื่อน โดยมีองค์กร
พี่เลี้ยงในพื้นที่เป็นผู้ร่วมและสนับสนุนกระบวนการกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ มีเวที
แลกเปลี่ยน หารือ สรุปแนวทางการขับเคลื่อนงานเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน
โดยยึดยุทธศาสตร์หลักหรือแนวทางในการทำงานเครือข่ายเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือ
ตอนบน ดังนี้
๑. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดพื้นที่การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์หรือพื้นที่ดีดีสำหรับเด็กและเยาวชน ให้เพิ่มขึ้น
๒. ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้มีกิจกรรมดำเนินงานตามความเหมาะสมและมีฐานคิดริเริ่ม จากความต้องการและการสรุปบทเรียนการทำงานของเครือข่ายเด็กและเยาวชนที่ผ่านมา
๓. การประคับประคองให้เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมทำกิจกรรมในกลุ่มเครือข่ายอยู่ห่างไกลจากวงจรอุบาทว์ เพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคมต่อไป
สถานการณ์และแนวโน้มความรุนแรงของปัญหายาเสพติดในพื้นที่ดำเนินการ
สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันมีความซับซ้อนอย่างยิ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นจากจุดหนึ่งสามารถเข้าถึงและ
เชื่อมโยงกับปัญหาอีกหลายๆจุด อย่างสอดคล้อง มีตัวแปรและตัวเชื่อมโยงมากกว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งแน่นอน หาก
วิเคราะห์จากฐานข้อมูลและความเป็นจริง จะพบว่าเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่งได้ ปัญหาที่เกิดขึ้น สัมพันธ์กับปัญหาอื่นๆ อีก เช่น ปัญหาวิกฤต คุณธรรมนำมาซึ่งการหลงวัตถุ การคอรัปชั่น ปัญหายาเสพติด เป็นต้น ส่งผลให้เกิดแนวโน้มสภาวการณ์เด็กในพื้นที่ อาทิ แนวโน้มการพยายามฆ่าตัวตายสูงขึ้น แนวโน้มเด็กถูกละเมิด ทางเพศเพิ่มสูงขึ้นปัญหาความรุนแรงและการพนันในกลุ่มเยาวชนยังสูงอยู่ อีกทั้งปรากฎ ๖ วิถีเสี่ยง ได้แก่
๑. ถูกครอบครัวละเลย กลายเป็นความเก็บกด ใจช้ำจากครอบครัว
๒. ถูกปฏิเสธจากโรงเรียน เครียด มีปมด้อยจากการหาที่ยืนที่มีศักดิ์ศรีในโรงเรียนไม่ได้ ต้องหาศักดิ์ศรีนอก
โรงเรียน
๓. คบเพื่อนเสีย เพื่อนพาเสี่ยงเมื่อเข้าวัยรุ่น
๔. ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่เสี่ยง สื่ออบายมุขยั่วยุให้เร่าร้อน รุ่นแรง
๕. ติดกระแสบริโภคนิยม ยั่วยุให้ทำทุกอย่างเพื่อแลกชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อ แม้แต่การ "ขายร่างสร้างตัว" และนิสัย
ชอบ "รวยลัดวัดดวง"
๖. ขาดแบบอย่างที่ดี ขาดโอกาสในการฟื้นตัวตนใหม่
เงื่อนไขหรือสาเหตุสำคัญของการก่อให้เกิดปัญหายาเสพติดในพื้นที่ดำเนินการ
การที่เด็กและเยาวชนรับเอาวัฒนธรรมจากโลกตะวันตกอย่างขาดการพิจารณาไตร่ตรอง ไร้ขอบเขต ในด้าน
ต่างๆ ทั้งจากเทคโนโลยี สื่อต่างๆ TV, อินเตอร์เน็ต, วิทยุ, เพลง, ละคร, ภาพยนตร์, การแต่งกาย ตลอดจนถึง
พฤติกรรมเลียนแบบในรูปแบบต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กระแสเหล่านั้นได้รับความนิยมและขยายตัว
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วชนิดที่อาจให้คำว่า "ตั้งหลักไม่ทัน" ทั้งตัวเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง หรือ หน่วยงาน
ที่ต้องรับผิดชอบในการดูแลปัญหาเรื่องเด็กและเยาวชน
วัตถุประสงค์ของเครือข่าย
๑. เพื่อสนับสนุนการทำงานของกลุ่มเด็ก เยาวชน ไปพร้อมๆกัน กับการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรพี่เลี้ยง
ในพื้นที่ ๘ จังหวัด ภาคเหนือตอนบน
๒. เพื่อเชื่อมโยงการทำงานเครือข่ายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานทั้งในระดับพื้นที่จนถึง ระดับภาคเหนือตอนบน
๓. เพื่อสนับสนุนการทำงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เครือข่ายเด็ก เยาวชนกลุ่มเสี่ยง ทั้งพื้นที่ชุมชนเมือง และชุมชนชนบท
๔. เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อสังคมในการทำงานเครือข่ายเด็ก เยาวชน ตลอดจนถึงการขับเคลื่อนงานเยาวชน ให้เกิดผลเชิงรูปธรรมในพื้นที่ และผลักดันจนเกิดผลเชิงนโยบายการทำงานเยาวชนของหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง
โครงสร้าง/รูปแบบการจัดการของเครือข่าย
เครือข่ายเยาวชนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภาคเหนือตอนบน ได้ขยายเครือข่ายการทำงานโดยมุ่งเน้น
กระบวนการทำงานตามวัตถุประสงค์ของเครือข่ายและมีเครือข่ายเยาวชนในพื้นที่ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน
จำนวน ๑๓ เครือข่าย (๑๕๔ กลุ่มย่อย) ดังนี้
๑. เยาวชนสืบสานล้านนา วัดดอกแดง
๗ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๑๐๗ คน
๒. เครือข่ายลดพฤติกรรมเสี่ยงของเยาวชนชุมชนเมืองเชียงใหม่(NDR)
๒๘ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๓,๕๐๐ คน
๓. กลุ่มเยาวชนฟ้าใส ต.สันทราย อ.สารภี จ.เชียงใหม่
๑๒ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๑๕๐ คน
๔. เครือข่ายเยาวชนกลุ่มศึกษาสตรีและเด็กล้านนา
๑๐ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๒๐๐ คน
๕. เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน
๒ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๓๐๐ คน
๖. เครือข่ายเด็กและเยาวชนจังหวัดลำพูน
๒๐ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๒,๐๐๐ คน
๗. เครือข่ายเด็กและเยาวชนจังหวัดแพร่
๖ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๓๐๐ คน
๘. กลุ่มลายคำเยาวชนตำบลห้วยแก้ว กิ่งอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
๔ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๗๐ คน
๙. เครือข่ายเยาวชนจังหวัดลำปาง
๗ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๓๐๐ คน
๑๐. เครือข่ายเยาวชนเผยแพร่ธรรมจังหวัดเชียงใหม่
๒๐ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๒,๐๘๐ คน
๑๑. เครือข่ายเด็กและเยาวชนภาคเหนือตอนบน
๓๐ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๑,๕๐๐ คน
๑๒. เครือข่ายฮักเมืองพะเยา
๘ กลุ่มย่อย จำนวนสมาชิก ๔๕๐ คน
จุดแข็งของเครือข่าย
๑. กลุ่ม/เครือข่ายเยาวชนที่ทำงานร่วมกันมีองค์กรพี่เลี้ยงที่ส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่นอยู่แล้ว ทำให้การทำงาน ของแต่ละกลุ่ม/เครือข่าย ค่อนข้างต่อเนื่อง
๒. ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ส่งผลให้เกิดบทเรียนในการทำงาน
กับกลุ่มเด็กและเยาวชนค่อนข้างหลากหลายและครอบคลุมทุกประเด็นเด็กเยาวชนในพื้นที่
จุดอ่อนของเครือข่าย
๑. การทำงานของเครือข่ายเน้นทำกับกลุ่ม/เครือข่ายที่สนใจ อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเยาวชนทุกพื้นที่
๒. ที่ผ่านมาขาดการบันทึกสรุปบทเรียนการทำงานในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งยังขาดการประชาสัมพันธ์บทเรียน
การทำงานให้กับทุกภาคส่วนในสังคมได้เข้าใจการทำงานอีกด้วย
ประสบการณ์และบทเรียนจากการดำเนินงานของเครือข่าย
๑. พบว่าการทำงานกับกลุ่มเด็ก เยาวชนถ้าจะให้เกิดความต่อเนื่องมีความจำเป็นที่ต้องมีพี่เลี้ยงเข้าร่วมดำเนิน
การกับกลุ่ม/เครือข่ายด้วย
๒. กระบวนการทำงานกับกลุ่มเด็กและเยาวชนมีพื้นฐานจาก ๔ แนวทางหลัก ดังนี้
- ใช้ชุมชนเป็นฐาน เช่น อาศัยผู้นำให้ชุมชนป้องกัน เน้นงานครอบครัว(เสริมรายได้, ครอบครัวตัวอย่าง)
- ใช้โรงเรียนเป็นฐาน เช่น ปรับปรุงวิธีการสอนให้เป็นแบบบูรณาการ ปรับปรุงคุณภาพ เน้นกิจกรรม
เด็กเป็นศูนย์กลาง กรรมการนักเรียน เป็นต้น
- ใช้กลุ่มเพื่อนเป็นฐาน เช่น เพื่อนเตือนเพื่อน พี่สอนน้อง เชื่อมเครือข่ายกิจกรรมกีฬา ผู้ใหญ่สนับสนุน
กิจกรรม เป็นต้น
- ใช้ความเชื่อเป็นฐาน เช่น ศีล สมาธิ การสักยันต์ พิธีครอบครู ใช้วัฒนธรรม พิธีกรรมกำกับพฤติกรรม
ที่ไม่พึงประสงค์ เป็นต้น
|